วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

แม่ของฉัน..น้อยกว่านี้ได้อย่างไร

แม่ของฉันเป็นคนที่มีความตั้งจัยทำงานดี

เป็นบุคคลที่ลูกๆให้ความนับถือตลอดเวลา

แม่ทำงานหนักเพื่อลูกๆมานาน

สุดท้ายนี้ก็ขอให้แม่มีสุขภาพร่างกายแข็ง

เป็นบุคคลที่ลูกรักและความนับถือเสมอมา

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ภัยจากบุหรี่




คุณรู้หรือไม่ว่า.....บุหรี่.....เป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของการเสียชีวิตทั่วโลก ปัจจุบันพบคนสูบบุหรี่ทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 650 ล้านคน แต่ที่น่าตกใจมากกว่า คือ ในแต่ละปีมีคนไม่สูบบุหรี่หลายแสนคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง

โดยควันบุหรี่ในบรรยากาศ หรือ ควันบุหรี่มือสอง เกิดขึ้นจาก 2 แหล่ง คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันบุหรี่ที่ลอยจากตอนปลายมวนบุหรี่ และทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของมวนบุหรี่จะทำให้เกิดสารเคมีกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และกว่า 50 ชนิด ที่เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง

สารพิษที่พบในควันบุหรี่ ล้วนส่งผลต่อร่างกายอย่างร้ายแรง

นิโคติน มีลักษณะคล้ายน้ำมัน ไม่มีสี เป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติดและทำให้เกิดโรคหัวใจ

ทาร์ ประกอบด้วยสารหลายชนิด เป็นละอองเหลว เหนียว สีน้ำตาลคล้ายน้ำมันดิน สารก่อมะเร็งส่วนใหญ่จะอยู่ในสารทาร์นี้

คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่พ่นออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ ก๊าซนี้จะขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง

ไฮโดรเจนไซยาไนด์ เป็นก๊าซที่ทำลายเยื่อบุหลอดลม และถุงลม ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

ไนโตรเจนไดออกไซด์ เป็นก๊าซที่ทำลายเยื่อบุหลอดลม และถุงลม ทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง

แอมโมเนีย มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ

ไซยาไนด์ เป็นสารพิษที่ใช้เป็นยาเบื่อหนู

สารกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม – 210 เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง

ฟอร์มาร์ลดีไฮด์ เป็นสารที่ใช้ในการดองศพ

ผลของควันบุหรี่มือสองต่อสุขภาพของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่

ผู้ใหญ่ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน หรือที่ทำงาน วันละ 3ชั่วโมงขึ้นไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 25-30 เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 จะมีอัตราการเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอมากกว่าผู้ไม่ได้รับควันบุหรี่ 3 เท่า และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอื่น ๆ มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า โดยควันบุหรี่มือสองก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเลือดหัวใจทันทีที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง

หญิงมีครรภ์และทารกที่ได้รับควันบุหรี่มืออย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้ โดยอาจมีอาการครรภ์เป็นพิษ แท้ง คลอดก่อนกำหนด และเกิดอาการไหลตายในเด็กสูงขึ้น

เด็กเล็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและปลอดบวม สูงกว่าเด็กทั่วไป มีอัตราการเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้น เกิดการติดเชื้อของหูส่วนกลาง ในระยะยาว เด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะมีพัฒนาการของปอดน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่

สถาบันพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา และศูนย์วิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ พิสูจน์แล้วว่า ควันบุหรี่มือสองเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เมื่อคนไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่มือสอง เขาได้สูดดมสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายเช่นเดียวกับคนสูบบุหรี่ และไม่มีระดับที่ปลอดภัยจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง แม้จะได้รับเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็เป็นอันตรายได้

แต่โดยเฉลี่ยแล้วเด็ก ๆ จะได้รับควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ ดังนั้น วิธีเดียวที่จะปกป้องครอบครัวของคุณจากควันบุหรี่มือสองได้ คือ การเลิกสูบบุหรี่

มาร่วมกันทำให้สถานที่สาธารณะ ที่ทำงาน พาหนะเดินทางและบ้าน ปลอดจากควันบุหรี่ เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นคนไม่สูบบุหรี่ และมีสิทธิที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของควันบุหรี่มือสองจากคนสูบบุหรี่

ภัยจากเกมส์ออนไลค์


ในยุคสมัยที่การสื่อสารแบบไร้สายมีความก้าวหน้า จนบางทีเราเองก็แทบจะตามมันไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรืออินเตอร์เน็ต ที่ตอนนี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำงาน และรวมไปถึงมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเกือบทุกคนก็ว่าได้ อินเตอร์เน็ต ถือเป็นการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสื่อที่ใช้ได้ไม่จำกัด มีความสะดวก รวดเร็ว และยังประหยัดอีกด้วย และในขณะที่อินเตอร์เน็ตถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ธุรกิจเกมส์ออนไลน์ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกันเกมส์ออนไลน์ก็เป็น เกมส์คอมพิวเตอร์ ชนิดหนึ่งที่เราสามารถเล่นโต้ตอบ พูดคุย กับคนอื่น ๆ ได้ทั่วประเทศ หรือทั่วโลก โดยผ่านการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราเล่นเกมส์ออนไลน์เพื่อคลายเครียดในบางเวลา แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะปัจจุบัน มีทั้งเด็กเล็ก เด็กโตที่ติดเกมส์ออนไลน์กันอย่างงอมแงม จนถึงขั้นต้องไปพบจิตแพทย์ จากตัวเลขของเน็คเทค ซึ่งเป็นสถาบันที่ดูแลเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้สำรวจมา มีตัวเลขว่าในขณะนี้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้เวลาเล่นเกมออนไลน์ประมาณอาทิตย์ละ 9 ชั่วโมง เสียเงินประมาณเดือนละ 2,500 บาท ประมาณ 10-15%ของเด็กกลุ่มนี้ เล่นเกมถึงอาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง นั่นคือกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีแต่เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเท่านั้น ที่ติดเกมส์ออนไลน์แบบงอมแงม ผู้ที่มีอายุ 15-30 ปี ที่ติดเกมส์แบบงอมแงม ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน และในกลุ่มนี้มักมีเงินทุนสูง และใช้เงินในการเล่นเกมส์สูงมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียวพ.ญ.ศรีวรรณา พูนสรรพสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กที่มีพฤติกรรมการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์วันละ 3 ชั่วโมง ประมาณ 15 สัปดาห์ติดต่อกัน จะส่งผลเสียให้เกิดการเสพติดเกมส์เช่นเดียวกับติดสารเสพติด โดยผู้ที่ติดเกมส์จะหลั่ง สารแอมเฟตามีน แบบเดียวกับผู้ที่ติดสารเสพติดหลั่งออกมา โดยมีสาเหตุจากการมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ กรมสุขภาพจิตได้แบ่งความรุนแรงของการเสพติดเกมส์ออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มติด เด็กจะใช้เวลากับการเล่นเกมส์มากกว่าการประกอบกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็ก และหากิจกรรมอื่น ๆ ให้ลูกทำ พร้อมทั้งแบ่งเวลาเพื่อดูแลลูกบ้าง ระยะที่ 2 เด็กจะเริ่มมีปัญหาขาดความสัมพันธ์กับครอบครัว ใช้เงินไปกับการเล่นเกมส์ ผู้ปกครองต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และแบ่งเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันในครอบครัวบ้าง ส่วนระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะร้ายแรง เด็กจะติดแบบติดยาเสพติด ไม่ทานข้าว ไม่เรียนหนังสือ ขาดความสัมพันธ์ในครอบครัว ผู้ปกครองต้องให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับนำบุตรหลานไปพบจิตแพทย์ ซึ่งสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นได้เปิดคลินิกป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม เพื่อคอยให้คำปรึกษาผ่านทาง สายตรง 1323 ด้วย และที่ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ตอนนี้ก็ได้มีการจัดตั้งขึ้นมาเป็นศูนย์บำบัดเด็กติดเกมส์ด้วยเช่นกัน โดยได้แบ่ง กิจกรรมการช่วยเหลือเป็น 3 อย่าง1.อบรมให้ความรู้พ่อแม่เบื้องต้นในการดูแล2.จัดเป็นค่ายครอบครัว ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดเกม3.คลินิกบำบัดเด็กติดเกม รับเด็กที่ติดหนักแล้วไปรักษา รายละเอียดสอบถามได้ที่ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ โทรศัพท์ 0-2354-8307 (ในเวลาราชการ)ไม่ใช่แต่กรมสุขภาพจิตเท่านั้น ที่เล็งเห็นว่าปัญหาเด็กติดเกมส์เป็นปัญหาใหญ่ ที่ต้องรีบแก้ไข รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐบาลก็เล็งเห็นปัญหานี้เช่นเดียวกัน จึงได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาออกมา ไม่ว่าจะเป็น การจำกัดชั่วโมงการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เล่นไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมง ห้ามเล่นการพนัน ชิงโชค หรือซื้อขายอุปกรณ์ ออกระเบียบเกี่ยวกับการจดทะเบียนร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อกำกับดูแลการให้บริการ และรณรงค์ให้เยาวชนและผู้ปกครองทราบถึงโทษของการเล่นเกมส์ออน ไลน์ที่ติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ทางกระทรวงไอซีทีก็ได้เปิดหมายเลข 1111 ไว้สำหรับเป็นคอลเซ็นเตอร์ ให้ผู้ปกครองแจ้งปัญหาลูกติดเกมส์ออนไลน์ รวมถึงการแจ้งการฝ่าฝืนมาตรการที่กล่าวไว้ข้างต้นของทั้งผู้เล่นและผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต สามารถโทรฯแจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด โดยหากโทรฯจากเลขหมายของ ทศท คิดค่าบริการครั้งละ 3 บาท ทั่วประเทศ แต่ไม่ว่าทุกหน่วยงานจะช่วยกันแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์กันขนาดไหน ปัญหาดังกล่าว ก็เหมือนจะรุนแรงมากขึ้นทุกที คุณไก่ เจ้าของร้านเกมส์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยว่า มีอีกแง่มุมหนึ่งที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้นั่นก็คือนอกจากเด็กจะใช้จ่ายเงินในเรื่องของการเช่าชั่วโมงคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์ เสียเงินซื้อบัตรเติมเวลาของเกมส์ต่าง ๆ และเด็กรวมไปถึงผู้ใหญ่ที่ติดเกมส์ ยังต้องเสียเงินไปกับการซื้อสิ่งของ ที่เรียกกันว่า ไอเทม และซื้อเงินสกุลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเกมส์อีกด้วย การซื้อขายก็จะมีแบบทั้งนัดเจอกันที่ร้านเกมส์ หรือโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งผู้ขายก็จะลงประกาศในเวปต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้เล่นเกมส์ออนไลน์ และจะนิยมนัดเจอกัน เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าตามร้านเกมส์ต่าง ๆ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมในหมู่คนเล่นเกมส์ และในปัจจุบันนี้ ร้านเกมส์ส่วนมาก ก็มีบริการขายไอเทม และเงินที่ใช้ในเกมส์ ให้กับลูกค้าที่มาเล่นเกมส์อีกด้วย คนที่ทำอาชีพนี้มีรายได้มากกว่า 7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไอเทมบางชนิดที่จัดเป็นไอเทมหายาก จะขายได้ในราคา 20,000 – 40,000 บาท เลยทีเดียว แทบจะไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ ที่ติดเกมส์ จะยอมเสียเงินมากมายเพื่อแลกกับสิ่งของในเกมส์ เอาเงินจริงไปแลกกับเงินในเกมส์ ซึ่งจับต้องไม่ได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังสงสัยว่าทำไม กลุ่มคนพวกนี้ถึงเอาเงินไปใช้สิ้นเปลืองกับการเล่นเกมส์ และซื้อสิ่งของภายในเกมส์ ที่ไม่ได้มีค่าอะไรเลย แต่สำหรับผู้เล่นเกมส์เหล่านั้น แทบจะแยกโลกของความจริง กับโลกของเกมส์ ออกจากกันไม่ได้ การที่ได้ครอบครองของหายาก และครอบครองเงินจำนานมากในเกมส์ ถือเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับเศรษฐี เป็นที่เชิดหน้าชูตา ได้รับการยกย่อง ในสังคมที่อยู่ภายในเกมส์ และอาจจะรวมไปถึงสังคมกับกลุ่มเพื่อน ๆ ในชีวิตจริง หรือ เพื่อน ๆ ในห้องเรียนเดียวกัน ที่เล่นเกมส์ด้วยกันอีกด้วย จึงทำให้กลุ่มผู้ที่ติดเกมส์ยอมที่จะทุ่มเทเงินจริง ๆ ที่ได้มาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ให้เป็นค่าขนม ค่าเล่าเรียน , เงินกู้เพื่อการศึกษาที่กู้ยืมมาจากรัฐบาล, เงินเดือนที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน, และอาจจะถึงขั้นไปลักเล็กขโมยน้อยมา เพื่อแลกกับสิ่งของมีค่า และเงินที่ใช้ภายในเกมส์

gat-pat



GAT PAT ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปี 2553
เนื่องจากสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test หรือ GAT) และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional A Aptitude Test หรือ PAT) เพื่อใช้เป็นคะแนนในการนำไปสอบระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลางว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติว่าการสอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 นั้นจะใช้สัดส่วนคะแนนดังนี้
1. ปี 2553 ทปอ. จะใช้องค์ประกอบต่อไปนี้ในการยื่น คะแนนเข้ามหาวิทยาลัย
1) GPAX 6 ภาคเรียน 20 %
2) O-NET (8 กลุ่มสาระ) 30 %
3) GAT 10-50 %
4) PAT 0-40 %
รวม 100 %
หมายเหตุ
1. GPAX คือ ผลการเรียนเฉลี่ย สะสม 6 ภาคเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียน รู้
2. GAT คือ General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป
3. PAT คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ
2.รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT
1. เนื้อหา
- การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา(ทาง คณิตศาสตร์) 50%
- การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%
2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
- ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบปีละหลายครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)
3. รายละเอียดเกี่ยว กับ PAT
1. PAT มี 6 ชุด คือ
PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion,Geometry, Trigonometry,Calculus ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills
PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, environment, ICT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability,Science Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรม ศาสตร์
เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, EngineeringSciences,Life Sciences, IT ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Perceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability
PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น Architectural Math and Science ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 5 วัดศักยภาพทาง ครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์
เนื้อหา ความรู้ในเนื้อหาภาษา ไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม วิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ครุ ศึกษา (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills),ความรู้ทั่วไปเกี่ยว กับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนัก เรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ
PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทาง ศิลป์ ฯลฯ
ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้าง สรรค์ ฯลฯ
"อย่างไรก็ตาม มีข้อเรียกร้องจากสมาคมฝรั่งเศสที่เสนอขอให้ ทปอ.จัดสอบเรื่องภาษาที่ 2 ด้วย ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพื่อเป็นการวัดคุณภาพของเด็ก โดยจะขอให้เพิ่มเป็น PAT 7 และย่อยลงไปเป็น 7.1 , 7.2 ตามลำดับ แต่ ทปอ.เสนอว่าให้ทางสมาคมจัดสอบล่วงหน้าก่อนได้และให้กำหนดในเงื่อนไขแอดมิชชั่นว่าผู้ที่จะสอบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาเหล่านี้จะต้องผ่านการสอนวัดความรู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีการมาเพิ่มเป็น PAT 7 สทศ.ก็ต้องมาทำการทบทวน PAT ทั้ง 6 ใหม่ ซึ่งก็จะยุ่งยากอีก"ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวและว่า สำหรับข้อสอบ PAT นั้นได้เชิญอาจารย์ทีเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นผู้ออกข้อสอบ โดย สทศ.จะอธิบายความต้องการ วัตถุประสงค์การออกให้ทราบ และเมื่ออาจารย์ออกข้อสอบเสร็จแล้วก้จะนำเข้าคลังข้อสอบในรอบแรกก่อนนำมาเข้ากระบวนการกลั่นกรองเพื่อเข้าคลังข้อสอบของ สทศ. ใหม่อีกครั้ง
2. ลักษณะข้อสอบ PAT จะเป็นปรนัย และอัตนัย
- คะแนนเต็มชุดละ 200 คะแนน เวลาสอบชุดละ 2 ชั่วโมง
- เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
- มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ
3. จัดสอบเมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง
- คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด
ขณะนี้ ทปอ.ได้มอบหมายให้ สทศ.เป็นผู้จัดสอบ GAT และ PAT ซึ่งในส่วนของ GAT มีการทดลองรูปแบบการสอบแล้ว โดยจะใช้การสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 300 คะแนน โดยนักเรียนสามารถสอบได้ 2-3 ครั้ง และเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุดไปใช้ โดยคะแนนจะเก็บไว้ได้ 2 ปี แต่เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสอบเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสอบได้ประมาณเดือนตุลาคม 2551 หรืออาจต้นปี 2552 เพื่อให้ใช้ทันแอดมิชชั่นปี 2553
“สทศ.ต้องเตรียมเรื่องการออกข้อสอบ โดยได้ขอความร่วมมือจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยออกข้อสอบให้ นอกจากนี้ สทศ. ยังจะจัดสอบ B-NET ซึ่งเป็นแบบทดสอบความรู้ 5 ภาคเรียนของ ม.ปลาย เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการรับตรง ซึ่งการที่ สทศ. ต้องจัดสอบ B-NET เพราะไม่ต้องการให้เด็กวิ่งรอกสอบหลายที่” ผอ.สทศ. กล่าว.
ที่มา : เดลินิวส์ , สยามรัฐ
ก็ขอฝากถึงน้องๆที่จะแอดฯ ปี 53 ด้วยนะคะการเตรียมตัว และติดตามข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญถึงแม้ว่าการศึกษาไทยจะเปลี่ยนไปมาจนทำให้เด็กไทยมึนหัวหลายครั้ง จะได้เตรียมตัวรับสถานะการล่วงหน้านะ

ไข้หวัด 2009





รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1
ข่าวคราวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1 ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก จนคร่าชีวิตผู้คนไป ซึ่งผู้เสียชีวิตเฉพาะในประเทศเม็กซิโก มีถึง 81 คน (ตัวเลขทางการ ณ วันที่ 26 เมษายน 2552) เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเตือนว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะลุกลามไปทั่วโลก ทำให้หลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับโรคชนิดนี้ เกิดความสงสัยว่า "โรคไข้หวัดหมู" คืออะไร และจะสามารถป้องกันได้อย่างไร
รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1 ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก
"โรคไข้หวัดหมู" เป็นไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สามารถพบได้ทั้งในหมูเลี้ยง และหมูป่า ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้ง H1N1, H1N2 และ H3N2 ไข้หวัดหมูส่วนใหญ่มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว แต่สามารถพบเชื้อได้ตลอดทั้งปี สำหรับโรคไข้หวัดหมูที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกานั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์, ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น
กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ
กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดหมู คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนฆ่าหมูหรือชำแหละเนื้อหมู คนขายเนื้อหมู รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู และผู้บริโภคเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุก
การติดต่อโรคไข้หวัดหมูหรือ ไข้หวัดใหญ่แม๊กซิโก
เชื้อไข้หวัดหมู มีการติดต่อเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนทั่วไป และเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามปกติคนจะไม่ติดเชื้อไข้หวัดหมู ยกเว้นผู้ที่ไปสัมผัสใกล้ชิดกับหมู ก็อาจติดเชื้อไข้หวัดหมูมาได้ แต่มักไม่ค่อยพบกรณีนี้ ทั้งยังไม่ค่อยพบกรณีไข้หวัดหมูระบาดจากคนสู่คนอีกด้วย แต่กรณีโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกอยู่ขณะนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า มีการติดต่อจากคนสู่คน เพราะผู้ป่วยบางรายไม่เคยมีประวัติสัมผัสหมูแต่อย่างใด
ทั้งนี้เชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทั้งนี้เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา แต่ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู
ขณะที่นักวิชาการขององค์การอนามัยโลก ระบุไว้ว่า โรคไข้หวัดหมู มีอัตราการแพร่ระบาดมากกว่าโรคซาร์ส และไข้หวัดนก แต่อัตราการเสียชีวิตมีน้อยกว่า คืออยู่ที่ร้อยละ 5-7 ขณะที่โรคไข้หวัดนกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60
อาการของโรคไข้หวัดหมูหรือ ไข้หวัดใหญ่แม๊กซิโก
เมื่อเชื้อไข้หวัดหมูเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะปรากฎอาการที่คล้ายกับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่มีอาการรุนแรงกว่า และรวดเร็วกว่า นั่นคือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปอดบวม คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต จึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
การรักษาโรคไข้หวัดหมูหรือ ไข้หวัดใหญ่แม๊กซิโก
ทางสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โรคไข้หวัดหมูสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ คือ วัคซีนแอนตี้ไวรัส "ทามิฟลู" (Tamiflu) และ "รีเลนซา" (Relenza) แต่ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า วัคซีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เนื่องจากไข้หวัดหมูที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการศึกษาพัฒนาวัคซีนตัวใหม่ เพื่อใช้ในการรักษาให้มีประสิทธิผลมากขึ้นต่อไป
การป้องกันโรคไข้หวัดหมูหรือ ไข้หวัดใหญ่แม๊กซิโก
โรคไข้หวัดหมู แม้จะเป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมูโดยตรง เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อจากคนสู่คน ดังนั้นจึงสามารถรับประทานหมูได้ หากไม่แน่ใจ ให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกเสียก่อน คือ ผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือต้มในน้ำเดือด ก็จะสามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้
ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการติดต่อของโรคได้ดีที่สุด คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ
ในส่วนของผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเม็กซิโก รวมทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศใกล้เคียง ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
สำหรับประเทศไทยนั้น ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูในประเทศ ดังนั้นก็ไม่ต้องตื่นตระหนกไปหรอกค่ะ แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์จากโรคไข้หวัดหมู แนะนำว่าให้รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วดีกว่า และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต

อาหารเป็นพิษ




อาหารเป็นพิษเป็นผลกระทบจากการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม และน้ำที่ไม่ปลอดภัย สาเหตุของอาหารเป็นพิษมีมากมายและอาการของอาหารเป็นพิษก็มีหลากหลายตามไปด้วย เราอาจแบ่งชนิดของอาหารเป็นพิษได้หลายแบบ แบ่งตามชนิดของเชื้อที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษก็ได้ แบ่งตามสารพิษหรือพิษในอาหารก็ได้ หรือแบ่งตามอาการเจ็บป่วยก็ได้
ลองมาแบ่งอาหารเป็นพิษตามชนิดหรือกลุ่มของอาการกันดูไหมครับ จะได้รู้ว่ากินอาหารกลุ่มนี้ กลุ่มนั้นแล้วทำพิษอะไรเรามั่ง
เริ่มด้วยอาหารทะเลกันดีมั้ย ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงนอกบ้าน งานเลี้ยงในบ้าน หรืออาหารมื้อปกติในบ้านก็มักจะไม่ขาดอาหารประเภทนี้จริงไหมครับ กุ้ง หอย ปู ปลา จะมีแทรกเป็นยาดำอยู่ตลอด
กุ้ง หอย และปูจะมีเอกลักษณ์อยู่หน่อยตรงที่มีกระดองและอยู่ตามชายฝั่งทะเล ส่วนปลานั้นมีตั้งแต่ชายฝั่งชายเลนไปจนถึงทะเลลึกเลยทีเดียว
ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลมีความสัมพันธ์กับการที่มันทำให้เกิดอาหารเป็นพิษครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่อยู่ตามชายฝั่ง ชายเลน หรือบริเวณปากแม่น้ำซึ่งมีมลภาวะ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยหลายอย่าง น้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัด เมื่อไหลลงสู่ทะเลก็จะพาสิ่งต่างๆ ลงไปทำให้ทะเลบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสารเคมีที่เป็นพิษ สิ่งสกปรกที่แม่น้ำพามา หรือน้ำฝนชะล้างลงมาก็ก่อให้เกิดมลภาวะต่อทะเลบริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่ง กุ้ง หอย ปู ปลา ที่อยู่บริเวณนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นตัวนำเชื้อโรคและสารเคมีพิษกลับมาสู่คน
สัตว์ทะเลประเภทหอยได้อาหารโดยการดูดเอาน้ำทะเลเข้าไปกรองในตัวมันจึงมีโอกาสสะสมเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรียและไวรัสไว้ในตัวมาก นอกจากนี้เรามักรับประทานทั้งตัว แถมยังชอบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบอีก เลยรับทั้งเชื้อโรคและสารเคมีพิษเข้าไปเต็มๆ
นอกจากเชื้อโรคและสารเคมีแล้ว พวกปลายังอาจมีพยาธิครับ พยาธิตัวกลมของปลาทะเล อาจทำให้เกิดก้อนพังผืดในผนังของกระเพาะอาหารเราได้
อาหารเป็นพิษที่เกิดจากอาหารทะเลพบได้ค่อนข้างบ่อยครับ เกิดได้กับคนทั่วไป คนที่เสี่ยงเป็นพิเศษ คือคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เป็นเบาหวาน โรคตับ โรคไต มะเร็ง โรคลำไส้ หรือหลังผ่าตัดกระเพาะอาหาร ลองมาดูรายละเอียดกันครับ

อาหารเป็นพิษจากเชื้อแบคทีเรีย
อาหารที่เป็นตัวนำเชื้อ ได้แก่ หอย กุ้ง และปู ส่วนปลาก็พบรองลงมา หอยนางรมดูจะโด่งดังเป็นพิเศษ เป็นอาหารที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษระบาดเป็นข่าวบ่อย ปัจจัยที่เอื้ออำนวยคือ นิยมรับประทานกันดิบๆ เลยอร่อยปากลำบากท้อง
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุมีหลายชนิดครับ ที่พบบ่อยคือ แบคทีเรียในกลุ่มที่เรียกว่า วิบริโอ ซึ่งมีอยู่ 4-5 สายพันธุ์ ที่ทำให้อาหารเป็นพิษระบาดบ่อย ที่เรียกว่า อหิวาต์เทียม ก็เกิดจากเชื้อในกลุ่มนี้แหละ
เชื้อกลุ่มวิบริโอพัฒนาการมาให้อยู่รอดในน้ำทะเลได้ดีครับ มันทนเกลือได้มากกว่าเชื้อแบคทีเรียเสียอีก ชายฝั่งทะเลแดนไหนมีเชื้อนี้ก็พลอยทำให้อาหารทะเลบริเวณนั้นปนเปื้อนเชื้อโรคตัวนี้
อาการเจ็บป่วยอาจแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปวดท้อง มวนท้อง คลื่นไส้ ท้องร่วง ท้องอืด เป็นต้น เกิดการอักเสบของทางเดินอาหาร กระเพาะ ลำไส้ ขึ้นมาครับ อาการกลุ่มนี้พบบ่อยที่สุดอย่างที่เราๆ คุ้นกันดี อาจเป็นแค่วันสองวันหรือเป็นสัปดาห์ก็ได้ แล้วแต่ว่าเชื้อตัวไหนเป็นสาเหตุ
2. อาการติดเชื้อเข้ากระแสโลหิต ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมครับ เป็นภาวะที่เชื้อแบคทีเรียจากอาหารทะเล ที่รับประทานเข้าไปเกิดบุกรุกเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต เชื้อแพร่เข้ากระแสเลือดว่างั้นเถอะ เชื้อวิบริโอบางสายพันธุ์ทำให้เกิดอาการแบบนี้บ่อยครับ อันตรายทีเดียว ถ้าภูมิต้านทานไม่ดีมีหวังเสียชีวิตได้นะ
ยังมีอาหารเป็นพิษที่เกิดเนื่องจากแบคทีเรียอีกแบบหนึ่งครับ ไม่เหมือนใคร ตัวแบคทีเรียไม่ได้ทำให้เราผู้รับประทานอาหารทะเลป่วยโดยตรงจากตัวมัน แต่ป่วยจากสารหรือพิษที่มันสร้างทิ้งไว้ในอาหารครับ
ปลาทะเลที่ไม่สด ไม่ได้รับการแช่แข็งหรือแช่เย็นทันทีที่จับขึ้นมาจากทะเล หรือระหว่างการขนส่งและวางขายก่อนที่เราจะไปซื้อมา หากความเย็นที่ใช้รักษาปลาให้สดไม่เย็นพอ จะทำให้เชื้อแบคทีเรียบางชนิดในเนื้อปลาเจริญเติบโตและสร้างสารฮีสตามีน (Histamine) ขึ้นมาครับ สารฮีสตามีนในเนื้อปลาถ้ามีปริมาณมากพอ แม้เราทำปลาให้สุกก็ยังเกิดพิษแก่เราได้ ทำให้ปวดศีรษะ หน้าแดง ตัวแดง ใจสั่น วิงเวียน หรือหน้ามืดเป็นลมไป

อาหารเป็นพิษจากเชื้อไวรัส
อาหารทะเลที่นำเชื้อไวรัสมาสู่คนเป็นพวกที่มีกระดองหรือเปลือกครับ ที่ระบาดโด่งดังเกิดจากหอยนางรม และหอยแครง
เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (HVA) ทำให้ป่วยเป็นตับอักเสบเป็นแล้วตัวเหลือง ตาเหลือง เรียกว่าดีซ่าน ไม่ได้ทำให้ท้องเสียครับ แต่จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มักป่วยหลังจากได้รับเชื้อเข้าไป 4-6 สัปดาห์ ตั้งเดือนหรือเดือนกว่าแบบนี้ก็จำไม่ได้แล้วล่ะ ว่าอาหารทะเลมื้อไหน วันไหน หรือร้านไหนทำให้ป่วย
จริงๆ แล้วเชื้อไวรัสตับอักเสบเอมาจากอุจจาระคนที่ปะปนในน้ำเสียแล้วไหลลงสู่ทะเล เรียกว่าคนทำให้ทะเลสกปรก สัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในละแวกทะเลสกปรกจึงมีเชื้อนี้อยู่ในตัวมัน กินเข้าไปดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบก็เรียบร้อย เตรียมตัวป่วยได้เลย ดูแล้วก็เหมือนธรรมชาติลงโทษความผิด ฐานปล่อยอุจจาระไม่ถูกสุขลักษณะทำให้ทะเลสกปรก
มีเชื้อไวรัสอีกตัวครับ เคยระบาดทำให้คนกินอาหารทะเลป่วยทีละหลายพันคนมาแล้วในต่างประเทศ ชื่อเชื้อไวรัสนอร์วอล์ค (Norwalk) ทำให้ท้องร่วง อาหารทะเลที่เป็นพาหะของเชื้อคือ หอยนางรมและหอยแครงครับ เชื้อนี้ถือว่าเป็นแชมป์ เป็นไวรัสที่ทำให้คนป่วยอาหารเป็นพิษมากที่สุด

อาหารเป็นพิษจากสารพิษ
สารพิษจากทะเล (Marine Toxins) มีหลายชนิด สร้างโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่อยู่ในน้ำทะเล ที่ว่าเล็กมาก เพราะมันมีเซลล์เดียวเรียกว่าแพลงตอน (Plankton) มีสารพิษกว่า 12 ชนิด ที่นักวิทยาศาสตร์รู้จักกันดี สร้างโดยแพลงตอนนานาพันธุ์ในท้องทะเล ในบางฤดูกาลมีการเจริญเพิ่มจำนวนแพลงตอนบนผิวน้ำทะเลมาก จนดูว่าทะเลเปลี่ยนสีเลยทีเดียว ประสบการณ์สอนให้ชาวประมงรู้ว่าเมื่อไรเกิดทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดง สัตว์น้ำที่จับมาได้จะไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค
กุ้ง หอย ปู ปลา ที่กินแพลงตอนจะได้รับสารพิษของมันและสะสมพิษไว้ในตัว โดยไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายมนุษย์แต่อย่างใดครับ เมื่อมนุษย์เคราะห์ร้าย จับสัตว์ทะเลเหล่านี้มากินเลยได้ "ของแถม" มาด้วย
อาการเป็นพิษมีได้หลายแบบ เช่น
· พิษอัมพาต ชนิดนี้นับว่ารุนแรงที่สุด แขน ขา อ่อนเปลี้ยไม่มีแรง ลิ้นชา มีความรู้สึกแปลกๆ บริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า และรอบๆ ปาก ถ้าพิษมากอาจทำให้กล้ามเนื้อทรวงอกเป็นอัมพาต หายใจไม่ได้ทำให้การหายใจล้มเหลว ก็ตายซิครับ
· พิษต่อประสาท ทำให้เดินเซ รู้สึกแปลกๆ บริเวณปากและนิ้วสะบัดร้อนสะบัดหนาว แบบนี้ไม่รุนแรง ค่อยยังชั่วหน่อย
· พิษต่อทางเดินอาหาร ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง มีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะร่วมด้วย สารพิษบางชนิดยังทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการสับสน จำอะไรไม่ได้ แยกเขี้ยว เคี้ยวปาก ทำให้คนในบ้านแปลกใจ อาจเข้าใจผิดว่าผีเข้า ผีอำไปโน่น ถ้าพื้นฐานเป็นคนเชื่อเรื่องผีสางครับ
ยังมีสารพิษอีกพวกครับอยู่ในทะเล ไม่ได้เกิดจากแพลงตอนหรอก เกิดจากมนุษย์เราเอง เป็นพวกโลหะหนัก เช่น สารปรอท แคตเมียม ตะกั่ว เป็นต้น เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงทะเล โลหะหนักเหล่านี้จะสะสมอยู่ในกุ้ง หอย ปู ปลา และกลับคืนสู่มนุษย์ทางอาหารทะเล เรียกว่าธรรมชาติลงโทษมนุษย์ที่ไม่รักษาสิ่งแวดล้อมอีกแล้ว

อาชีพหนที่เราใช่



วัตถุประสงค์
แบบทดสอบชุดนี้จัดทำขึ้นสำหรับ ผู้ที่ต้องการค้นหาว่าอาชีพใดที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตนเอง ซึ่งจะช่วยเป็นแนวทางในการศึกษาต่อ และ ช่วยเสริมความมั่นใจในการเลือกอาชีพการงาน อีกทั้งยังช่วยเป็นแนวทางในการหาความรู้ด้านต่างๆเพิ่มเติม

หลักการ
แบบทดสอบสร้างจากองค์ประกอบหลักสามอย่างคือ
1 คุณลักษณะที่เหมาะสมในอาชีพด้านต่างๆ
2 การค้นหาจุดเด่นของผู้ทดสอบ
3 การวัดค่านิยมในวิชาชีพต่างๆโดยนำมาจัดทำเป็นโปรแกรม และประมวลผลเป็นอาชีพต่างๆที่เหมาะสมต่อผู้ทำการทดสอบมีการนำเสนออาชีพที่ทันสมัย และน่าสนใจในปัจจุบันและอนาคต พร้อมข้อแนะนำ

ขอบเขตการใช้งาน
แบบทดสอบชุดนี้ไม่ได้นำส่วนประกอบอื่นๆนอกเหนือจากสามองค์ประกอบหลักดังกล่าวมาพิจารณา ดังนั้นจึงแนะนำให้คุณทำแบบทดสอบในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น แบบทดสอบความถนัดในด้านต่างๆ และความถนัดในด้านการเรียนและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากอาจารย์ฝ่ายแนะแนว หรือจะขอคำปรึกษาจากคณะอาจารย์ที่ปรึกษาของ WWW.EDUZONES.COMในโซนปรึกษาคณาจารย์ก็ได้
จัดทำโดย ฝ่ายวิชาการ WWW.EDUZONES.COM ขอขอบพระคุณ
- อาจารย์พวงทิพย์ ศิริเจริญ ศูนย์พัฒนางานแนะแนวกลุ่ม4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
- อาจารย์ ดร.บุญเลิศ คำปัน ประธานชมรมครูแนะแนวจังหวัดเชียงใหม่
- อาจารย์อรุณี ชาญด้วยกิจ ประธานชมรมครูแนะแนวกรุงเทพฯ
- และอาจารย์ฝ่ายแนะแนวจากโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศที่ร่วมให้ข้อมูลและคำแนะนำ

ลักษณะอาชีพ พยาบาล




ลักษณะงาน

มีหน้าที่ให้บริการพยาบาลระดับวิชาชีพแก่ผู้ป่วยทางการหรือทางจิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพและผู้สูงอายุในสถาบันที่มีการรักษา การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ วางแผนและให้บริการด้านพยาบาลสวบูรณ์แบบตามตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยคำนึงถึงความต้องการของแต่ละคนตามลักษณะของโรคที่เป็น สังเกตและบันทึกความเปลี่ยนแปลงในคนไข้ รายงานให้แพทย์ทราบ การเกิดอาการผิดธรรมดาของร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ซึ่งมีความสำคัญในการวินิจฉัยโรค จัดให้คนไข้ได้มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกหลักอนามัย เรียบร้อยและปลอดภัย ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคตืดเชื้อ สอนคนไข้ ครอบครัวคนไข้และประชาชนทั่วไปให้รู้จักรักษาและส่งเสริมสุขภาพอนามัย
คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. ควรเป็นผู้มีสติปัญญาดีพอควร เพราะการเรียนจะต้องมีพื้นฐานมาจากวิขาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
2. เป็นผู้มีจิตใจเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่ถูกโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน
การศึกษาและการฝึกอบรม
เป็นผู้ที่จบ ม.6 สายวิทยาศาสตร์ และเข้าศึกษาต่อที่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน หลักสูตร 4 ปี หรือศึกาาต่อในวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ในสังกัดสถาบันบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข หรือวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร หรือวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย
โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
พยาบาล มีโอกาสทำงานทางด้านการบริการสุขภาพอนามัยของประชาชนได้มากมาย เช่น เป็นพยาบาลอนามัยในชุมชน, เป็นพยาบาลในโรงพยาบาล, เป็นพยาบาลในโรงเรียนพยบาล, เป็นพยาบาลประจำองค์การ, เป็นพยาบาลประจำสถานศึกษา, เป็นพยาบาลประจำคลีนิคเอกชน, เป็นพยาบาลประจำโรงงานอุตสาหกรรม, เป็นพยาบาลประจำสายการบินต่างๆ, เป็นพยาบาลในราชการทหารทุกกองทัพ, เป็นพยาบาลพิเศษเฉพาะผู้ป่วยแต่ละราย, ตั้งสถานพยาบาลผดุงครรถ์ส่วนตัว ฯลฯ สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโท-เอกได้ทั้งในและต่างประเทศ

ประวัติของวิทยาศาสตร์



คำว่า science ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า วิทยาศาสตร์นั้น มาจากภาษาลาติน คำว่า scientia ซึ่งหมายความว่า ความรู้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ฟรานซิส เบคอนได้พยายามคิดค้นวิธีมาตรฐานในการอุปนัย เพื่อนำมาใช้สร้างทฤษฎีหรือกฎต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์จากข้อมูลที่ทดลองหรือสังเกตได้จากธรรมชาติ
โดยทั่วไปเราถือกันว่า วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มต้นในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ โดยมี "บิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่" คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี เป็นผู้ถอนรื้อและปรับปรุงแนวความคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สมัยเก่า ที่ยึดกับแนวความคิดของอริสโตเติลทิ้งไป. ณ ขณะนั้น กาลิเลโอได้กำหนดลักษณะสำคัญของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไว้ดังนี้
ทำนายสิ่งที่เกิดขึ้นในปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายสาเหตุได้ เช่น ในขณะที่ยังไม่มีความรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงนั้น กาลิเลโอไม่สนใจที่จะอธิบายว่า "ทำไมวัตถุถึงตกลงสู่พื้นดิน ?" แต่สนใจคำถามที่ว่า "เมื่อมันตกแล้ว มันจะถึงพื้นภายในเวลาเท่าใด ?"
ใช้คณิตศาสตร์เพื่อเป็นภาษาหลักของวิทยาศาสตร์ (ดูหัวข้อ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์)
ในเวลาต่อมา ไอแซก นิวตันได้ต่อเติมรากฐานและระบบระเบียบของแนวคิดเหล่านี้ และเป็นต้นแบบสำหรับสาขาด้านอื่นๆ ของวิทยาศาสตร์
ก่อนหน้านั้น, ในปี ค.ศ. 1619 เรอเน เดส์การตส์ ได้เริ่มเขียนความเรียงเรื่อง Rules for the Direction of the Mind (ซึ่งเขียนไม่เสร็จ). โดยความเรียงชิ้นนี้ถือเป็นความเรียงชิ้นแรกที่เสนอกระบวนการคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และปรัชญาสมัยใหม่. อย่างไรก็ตามเนื่องจากเดส์การตส์ได้ทราบเรื่องที่กาลิเลโอ ผู้มีความคิดคล้ายกับตนถูกเรียกสอบสวนโดยโป๊ปแห่งกรุงโรม ทำให้เดส์การตส์ไม่ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นนี้ออกมาในเวลานั้น
การพยายามจะทำให้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์เป็นระบบนั้น ต้องพบกับปัญหาของการอุปนัย ที่ชี้ให้เห็นว่าการคิดแบบอุปนัย (ซึ่งเริ่มต้นโดยฟรานซิส เบคอน) นั้น ไม่ถูกต้องตามหลักตรรกศาสตร์. เดวิด ฮูมได้อธิบายปัญหาดังกล่าวออกมาอย่างละเอียด คาร์ล พอพเพอร์ในความคิดลักษณะเดียวกับคนอื่นๆ ได้พยายามอธิบายว่าสมมติฐานที่จะใช้ได้นั้นจะต้องทำให้เป็นเท็จได้ (falsifiable) นั่นคือจะต้องอยู่ในฐานะที่ถูกปฏิเสธได้ ความยุ่งยากนี้ทำให้เกิดการปฏิเสธความเชื่อพื้นฐานที่ว่ามีระเบียบวิธี 'หนึ่งเดียว' ที่ใช้ได้กับวิทยาศาสตร์ทุกแขนง และจะทำให้สามารถแยกแยะวิทยาศาสตร์ ออกจากสาขาอื่นที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ได้
ปัญหาเกี่ยวกระบวนการปฏิบัติของวิทยาศาสตร์มีความสำคัญเกินขอบเขตของวงการวิทยาศาสตร์ หรือวงการวิชาการ ในระบบยุติธรรมและในการถกเถียงปัญหาเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ การศึกษาที่ใช้วิธีการนอกเหนือจาก แนวปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ จะถูกปฏิเสธ และถูกจัดว่าเป็น "วิทยาศาสตร์ขยะ" หรือศาสตร์ปลอม

ภัยทางอินเตอร์เน็ต




พฤติกรรมการหลอกลวงผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือการเพิ่มขึ้นของพฤติกรรมการอ่อยเหยื่อออนไลน์ ที่เรียกกันเป็นศัพท์เฉพาะว่า "ฟิชชิ่ง" (phishing เลียนคำว่า fishing ที่หมายถึง การตกปลานั่นเอง)
วิธีการหลอกลวงจะเริ่มต้นจากการสุ่มส่งอีเมล์ไปยังที่อยู่ของสมาชิกของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) หรือที่อยู่ของลูกค้าที่ใช้บริการออนไลน์ของบริษัทการเงินที่น่าเชื่อถือต่างๆ โดยเนื้อหาในอีเมล์ระบุในทำนองว่า ทางบริษัทมีปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ขอให้ผู้เป็นสมาชิกติดต่อทางบริษัท โดยผ่านทางเว็บเพจที่ระบุไว้ในตอนท้ายของอีเมล์ ซึ่งสุดยอดของกลเม็ดนี้ก็คือการลวงใช้ URL เดียวกันกับเว็บไซต์จริง ๆ ของบริษัทต่างๆซึ่งทำให้ผู้เป็นสมาชิกเว็บไซต์นั้นๆ หลงเชื่อคลิกเข้าไปที่เว็บเพจดังกล่าวโดยมันจะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่ถูกเลียนแบบให้มีรูปลักษณ์หน้าตาคล้ายคลึงกับเว็บไซต์จริงของทางบริษัทเป็นอย่างมาก ในหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีข้อความให้ผู้ที่หลงเชื่อกรอกรายละเอียดต่างๆ ในการเป็นสมาชิกเสียใหม่ รวมทั้งรหัสผ่านหรือพาสเวิร์ด และหมายเลขบัตรเครดิตด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการหลอกลวงดังกล่าว หากท่านได้รับอีเมล์ลักษณะนี้ กรุณาตรวจสอบ URL บน browser ก่อนว่าเป็นบริษัทเดียวกันกับที่ท่านใช้บริการอยู่หรือไม่ หากไม่ใช่แนะนำให้ลบอีเมล์ดังกล่าวทิ้งจะเป็นการดีที่สุด และหากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ ต่อไปนี้ เช่น
http://www.antiphishing.org/ หรือ www.ftc.gov/opa/2003/07/phishing.htm หรือ www.wordspy.com/words/phishing.asp
นอกจากการป้องกันโดยการลบอีเมล์ทิ้งแล้ว ยังมีข้อแนะนำเพิ่มเติมอีกดังนี้1. ถ้าได้รับอีเมล์บอกว่า User Name ที่ใช้ในการ Log In เข้าระบบเพื่อใช้บริการใดๆ ของท่านกำลังจะถูกยกเลิก ถ้าไม่รีบจ่ายเงินผ่านลิงค์ที่แนบมาด้วย อย่าตอบกลับหรือแม้กระทั่งคลิกลิงค์กลับไป
2. ก่อนจะส่งข้อมูลส่วนตัว โดยการกดปุ่ม Submit บนหน้า Form ใดๆ อย่าลืมตรวจสอบดูสัญลักษณ์รูปกุญแจล็อคด้านล่างของ Internet Explorer ถ้ามีอยู่ แสดงว่าปลอดภัยจริงๆ
3. ถ้าไม่แน่ใจว่าปลอดภัยในข้อ 2 แต่ต้องการซื้อสินค้านั้นจริงๆ ลองติดต่อโดยตรงกับบริษัทตามเบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอของเว็บไซด์นั้นๆ เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นบริษัทที่มีอยู่จริงหรือไม่
4. ถ้าทราบว่าได้ถูกขโมยข้อมูลไปแล้ว กรุณารีบติดต่อธนาคารหรือสถาบันต่างๆ ที่ใช้บริการอยู่ทันที
5. ท่านสามารถ forward อีเมล์ที่น่าสงสัยว่าเป็นการหลอกลวงไปที่ uce@ftc.gov ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จัดอันดับมหาวิทยาลัย


เรียงอันดับมหาวิทยาลัยในเมืองไทย 1-32 ของประเทศ จัดอันดับโดย Ministry of Education SINGAPORE ประเภทรวมทุกด้าน (Overall Multi-disciplinary) มีมหาวิทยาลัยไทยผ่าน เกณฑ์ 32 มหาวิทยาลัย (จากที่เปิดกันดาษดื่นกว่าร้อย มหาลัย) ยังดีที่มหาวิทยาลัยปิดของรัฐของเราผ่านเกณฑ์ทุกทีมีคะแนน เรียงตาม ลำดับดังนี้ >>

1. Chulalongkorn University 67.82 **

2. Mahidol University 67.47 **

3. Thammasat University 65.93

4. Chiang Mai University 65.81

5. Kasetsart University (all campus) 64.59

6. Prince of Songkla University 64.20

7. King Mongkut Institute of Technology Lad Krabang 63.14

8. Khon Khaen University 62.68

9. Srinakarinwiroj University 61.76

10. King Mongkut University of Technology Thonburi 60.86

11. Assumption University 59.73

12. Silpakorn University 58.05

13. King Mongkut Institute of Technology North Bangkok 57.67

14. Mahidol International College 57.38

15. Naresuan University 57.23

16. National Institute of Development and Administration : NIDA 56.80

17. Suranaree University of Technology 56.46

18. Bangkok University (International College) 55.82

19. Rajamangaka Institute of Technology (Only Main Campus and >> Campus in Bangkok) 55.19

20. University of the Thai Chamber of Commerce (Only Business Fields) 54.81

21. Mahanakorn University of Technology 54.70

22. Rangsit University 54.27

23. Burapha University 54.14

24. Walailak University 54.08

25. Bangkok University 53.41

26. Mahadsarakham University 53.12

27. Dhurakitbandhid University 53.00

28. Ubon rajathanee University 52.45

29. Maejo University 51.51

30. Sripathum University 51.33

31. Maefaluang University 51.28

32. Thaksin University 51.15

อันตรายของเหล็กดัดฟัน




ด้านนายสุธา เจียรมณีโชติ ทันตแพทย์ 8 ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า วัสดุที่ใช้ทำก็เป็นเพียงลวดขนาดเล็กที่เดิมใช้ในการร้อยลูกปัดเพื่อทำ เครื่องประดับ เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว ผู้ขายจะใส่ที่ดัดฟันให้ลูกค้าได้เลย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทั้งกระบวนการและวัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เหงือก กระพุ้งแก้มเป็นแผล อีกทั้งอันตรายที่เกิดจากสนิมและสารตะกั่วจากลวดเข้าสู่ร่างกาย เพราะหากต้องมาเสียเงินค่ารักษาสุขภาพในภายหลัง ก็ต้องมากกว่าเงินที่ซื้อลวดดัดฟันเก๊แน่นอน ถ้าเห่อตามตามกระแสแฟชั่นแบบผิดๆ จะมีผลเสียในภายหลังแค่ไหน ลองไตร่ตรองดูสักนิดก่อนที่จะเลือกใช้ที่ดัดฟันแฟชั่น ท.พ.ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา เปิดเผยว่า แฟชั่นจัดฟันที่คนจำนวนมากนิยมสวมใส่และพัฒนามีหลายรูปแบบ จนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่พบวางขายตามแผงลอยชุมชนหรือตลาดนัด โดยใช้ลวดเส้นเล็กๆ มาร้อยลูกปัดสีต่างๆ มีการเคลือบสีและสารปรอทเพื่อความสวยงาม ขายในราคาเส้นละ 50-120 บาท ในกรณีที่สามารถนำไปใส่เอง แต่ถ้าให้ผู้ขายใส่ให้ ก็จะมีราคา 150-200 บาท ซึ่งทันตแพทยสภาตรวจพบว่ามีอันตรายมาก นอกจากอันตรายในเรื่องความยาวของลวดที่นำมาร้อยลูกปัดทำเป็นสายลวดจัดฟันที่ เมื่อยาวไม่พอดี อาจจะแทงเหงือกผู้ใส่จนเลือดไหลและเกิดแผลในช่องปากแล้ว สิ่งที่แพทย์วิตกก็คือ การตรวจพบว่าลูกปัดสีต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปตรวจสอบพบว่า มีสารตะกั่วและสารหนูเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งสารเหล่านี้สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ "นอกจากนี้วัสดุต่างๆ ที่ถูกฝังเข้าไปในช่องปาก ก็น่าจะสะอาดไม่พอและมีอันตรายน่ากลัวมาก หากใส่นอน หรือแม้แต่ขณะรับประทานอาหาร เพราะหากลูกปัดเล็กๆ ติดไม่แน่นกับลวด ก็อาจจะหลุดตกไปในลำคอทำให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการทำความสะอาดที่ไม่สะดวก ทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ ซึ่งไม่คุ้มค่าและจะเสียสุขภาพปากตามมา" เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าว อย่างไรก็ตามการที่วัยรุ่นจะติดตามแฟชั่นให้ทันสมัยในปัจจุบันนี้ ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียของแฟชั่นแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นมา ก่อนที่จะติดตามแฟชั่นที่ทันสมัยก็ควรที่จะไตร่ตรองดูก่อนว่าแฟชั่นดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของตัววัยรุ่นเองหากคิดที่จะติดตามแฟชั่นก็ควรจะเป็น แฟชั่นที่เกี่ยวกับเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกาย ที่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพจะดีกว่า

วิธีรักษาสิว


น้ำมะนาว รักษาสิวด้วย"วิธีธรรมชาติ" ... หาได้จากตู้เย็นในครัวที่บ้านใช้น้ำมะนาวเพื่อบรรเทา / รักษาสิว เป็นวิธีธรรมชาติในการรักษาสิวที่ง่ายและปลอดภัยสามารถใช้ได้ทั้งทาบนผิวและดื่ม

ทั้งสองวิธีจะช่วยลดการเกิดสิวและรอยแผลเป็นทั้งภายนอกและภายใน ไ

ด้มีทดลองใช้น้ำมะนาวทั้งสองวิธีแล้ว (ทาโดยตรงบนผิวหน้า และดื่ม) และพบว่าภายใน 3 สัปดาห์ สิวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเชื่อว่าการผสมน้ำมะนาวกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน จะช่วยให้ผลเร็วขึ้นทาน้ำมะนาวโดยตรงบนสิวน้ำมะนาวมีกรดผลไม้ AHA หรือ Alpha Hydroxy Acids ทำงานโดยการลอกเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว และช่วยให้เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างได้ผลัดขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ยังช่วยชำระรูขุมขนและช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น สดใสด้วยสูตรน้ำมะนาว / วิธีใช้1.ล้างหน้าให้สะอาด2.บีบน้ำมะนาว 1 ช้อนชาในถ้วยเล็ก ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาวพอเปียก อาจผสมน้ำหากรู้สึกว่าแสบเกินไป3.ป้ายน้ำมะนาวลงบนสิว สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง4.ทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก ล้างออกตอนเช้า และทาอีกครั้งก่อนเมคอัพ (หากคุณต้องใช้เมคอัพ)5.หากรู้สึกว่าน้ำมะนาวนั้นแรงเกินไป แม้ว่าจะผสมน้ำให้เจือจางแล้วก็ตาม ให้ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นวิธีการนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำจึงจะเห็นผล ดื่มน้ำมะนาวเพื่อรักษาสิวสามารถใช้วิธีการดื่มน้ำมะนาวเพื่อรักษาและทำความสะอาดภายในร่างกาย หรือขจัดสารพิษออกจากตับ และเพื่อให้การดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย น้ำมะนาวนั้นเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ ที่ช่วยให้กระชุ่มกระชวย ดื่มง่าย และทำได้ง่ายความจริงแล้วการรักษาสิวด้วยการดื่มน้ำมะนาวนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ที่ทุกคนควรดื่ม (สำหรับคนที่ไม่แพ้มะนาว) ประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านั้นคือ :-ขจัดกรดต่าง ๆ ที่ตกค้างออกไป เพราะน้ำมะนาวมีแร่ธาตุต่าง ๆ (วิตามินซี, โพแทสเซียม)-บรรเทาอาการท้องผูก-ทำความสะอาดตับด้วยกรดซิตริก และสร้างเอนไซม์เพื่อขจัดสารพิษในเลือด-ช่วยกระบวนการย่อยอาหาร-กำจัดนิ่วในไต และตับอ่อนการรักษาสิวโดยการดื่มน้ำมะนาว สูตร 11.บีบน้ำมะนาว 1 ผลลงในแก้ว2.เติมน้ำเปล่า 2 ถ้วย (ถ้วยละ 8 ออนซ์)3.ดื่มน้ำมะนาวที่ผสมนี้ได้ทั้งวันการรักษาสิวโดยการดื่มน้ำมะนาว สูตร 21.บีบน้ำมะนาว 1 ผล ผสมกับน้ำอุ่นที่ต้มแล้ว 1 ถ้วย (8 ออนซ์)2.ดื่มเป็นสิ่งแรกของวัน ในตอนเช้า3.หลังจากดื่มน้ำมะนาว งดการดื่ม หรือรับประทานสิ่งใด ๆ ภายในครึ่งชั่วโมง เพื่อให้น้ำมะนาวได้ชำระล้างร่างกาย

ค่ายยุวเภสัชกร


รายละเอียดเพิ่มเติม ของค่ายยุวเภสัชกรครั้งที่ 13 ค่ายยุวเภสัชกร ครั้งที่ 13 จัดขึ้น ณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่โดยจัดในวันที่ 23 – 25 ตุลาคม 2552รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ ทั้งหมด 120 คน จากทั่วประเทศ(ขอสงวนสิทธิ์ สำหรับน้องๆที่ยังไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมค่ายยุวเภสัชกรเท่านั้น)เริ่มรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2552ส่งใบสมัครมาได้ตามที่อยู่ในใบสมัครนะครับโดยจะถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ(เช่น น้องบางคน อาจจะส่งไปรษณีย์ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 แต่จดหมายมาถึงในวันที่ 30 อันนี้ถือว่าไม่ผิดกติกาครับ พี่ๆจะทำการคัดเลือกแน่นอน แต่ถ้าประทับตราหลังจากนั้น ถือว่าสละสิทธิ์ครับ)หรือน้องคนไหนสะดวกมาส่งที่คณะ ก็สามารถนำไปหย่อนลงกล่องรับสมัครที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นหนึ่ง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นะครับโดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่ www.pharmacy.cmu.ac.thหรือ http://www.pharmacy.cmu.ac.th/%3Ca%20href=" target="youngrxcamp13.hi5.com">

ค่ายเจาะจิต ม.จุฬา


JORJIT 6th : CU YOUNG PSYCHOLOGIST CAMP..... "Discovery" สำหรับน้องๆม.ปลาย ทุกสายการเรียน พร้อมหรือยัง ที่จะร่วมผจญภัยไปกับจิตวิทยา วันที่ 12-14 ตุลาคม 2552 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ และ ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ ให้น้องๆเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมาค้นหาตัวเองได้ที่นี่ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา อยากให้น้องๆได้เปิดใจให้กว้างและเรียนรู้สิ่งที่น่าตื่นเต้นไปกับพวกเรา JORJIT 6th ค่ายที่จะทำให้น้องๆทุกคนรู้จัก จิตวิทยา มากขึ้นค่ายที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะค่ายที่ทำให้ได้พบเพื่อนใหม่มากมายค่ายที่ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้�ค่ายที่มีอะไรมากกว่าที่คิด มาพบประสบการณ์สุดเหวี่ยง และยาลืมบอกต่อเพื่อนๆด้วยน้ะจ้ะ สนใจรายละเอียดและข่าวสารและวิธีการสมัครเข้าค่ายเพิ่มเติม ติดตามได้ที่นี่เลยhttp://jorjit6.hi5.com/


รับสมัครน้องๆ มัธยมศึกษาตอนปลาย 4 5 และ 6 เข้าร่วมโครงการ เข้าค่ายเจาะจิต ของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันที่ 12 13 14 ตุลาคม 2552 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยดาวน์โหลตใบสมัครได้ที่ http://www.psycu.com/camp/file/applicant.pdfหรือ เข้าไปอ่านรายละเอียดต่อได้ที่ http://www.psycu.com/camp/วันนี้จนถึงวันที่ 18 กันยายน นี้นะคะ รีบสมัครนะคะ น้องๆ พลาดโอกาสแล้วจะเสียใจน๊า ^^ -- สำหรับน้องๆที่มองหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง --ลองมาหาคำตอบกันในค่าย ว่าจริงๆแล้ว เราถนัดด้านใด หรือน้องๆที่สนใจศาสตร์จิตวิทยา อยากจะรู้เรื่องนีเพิ่มเติมพี่ก็อยากให้น้องๆ เข้าค่ายนี้กันนะคะ


แนะนำตัวเอง


ชื่อ ฐิตาภรณ์ แก้วประภา
ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5/1
ชือเล่น กิ๊ก


เรียนที่ ร.ร.อาเวมารีอา
ชั้น ม.5/1 เลขที่ 35

ติดต่อสอบถามได้ที่
kik_v_201@hotmail.com
htp//0862590126.hi.com

คติประจำใจ
จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด
กิ๊กเป็นมิตรกับทุกคนนะค่ะ
คุณครูผู้สอน
คุณครูวีระชน ไพสาทย์