
ด้านนายสุธา เจียรมณีโชติ ทันตแพทย์ 8 ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า วัสดุที่ใช้ทำก็เป็นเพียงลวดขนาดเล็กที่เดิมใช้ในการร้อยลูกปัดเพื่อทำ เครื่องประดับ เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว ผู้ขายจะใส่ที่ดัดฟันให้ลูกค้าได้เลย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทั้งกระบวนการและวัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เหงือก กระพุ้งแก้มเป็นแผล อีกทั้งอันตรายที่เกิดจากสนิมและสารตะกั่วจากลวดเข้าสู่ร่างกาย เพราะหากต้องมาเสียเงินค่ารักษาสุขภาพในภายหลัง ก็ต้องมากกว่าเงินที่ซื้อลวดดัดฟันเก๊แน่นอน ถ้าเห่อตามตามกระแสแฟชั่นแบบผิดๆ จะมีผลเสียในภายหลังแค่ไหน ลองไตร่ตรองดูสักนิดก่อนที่จะเลือกใช้ที่ดัดฟันแฟชั่น ท.พ.ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา เปิดเผยว่า แฟชั่นจัดฟันที่คนจำนวนมากนิยมสวมใส่และพัฒนามีหลายรูปแบบ จนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่พบวางขายตามแผงลอยชุมชนหรือตลาดนัด โดยใช้ลวดเส้นเล็กๆ มาร้อยลูกปัดสีต่างๆ มีการเคลือบสีและสารปรอทเพื่อความสวยงาม ขายในราคาเส้นละ 50-120 บาท ในกรณีที่สามารถนำไปใส่เอง แต่ถ้าให้ผู้ขายใส่ให้ ก็จะมีราคา 150-200 บาท ซึ่งทันตแพทยสภาตรวจพบว่ามีอันตรายมาก นอกจากอันตรายในเรื่องความยาวของลวดที่นำมาร้อยลูกปัดทำเป็นสายลวดจัดฟันที่ เมื่อยาวไม่พอดี อาจจะแทงเหงือกผู้ใส่จนเลือดไหลและเกิดแผลในช่องปากแล้ว สิ่งที่แพทย์วิตกก็คือ การตรวจพบว่าลูกปัดสีต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปตรวจสอบพบว่า มีสารตะกั่วและสารหนูเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งสารเหล่านี้สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ "นอกจากนี้วัสดุต่างๆ ที่ถูกฝังเข้าไปในช่องปาก ก็น่าจะสะอาดไม่พอและมีอันตรายน่ากลัวมาก หากใส่นอน หรือแม้แต่ขณะรับประทานอาหาร เพราะหากลูกปัดเล็กๆ ติดไม่แน่นกับลวด ก็อาจจะหลุดตกไปในลำคอทำให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการทำความสะอาดที่ไม่สะดวก ทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ ซึ่งไม่คุ้มค่าและจะเสียสุขภาพปากตามมา" เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าว อย่างไรก็ตามการที่วัยรุ่นจะติดตามแฟชั่นให้ทันสมัยในปัจจุบันนี้ ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียของแฟชั่นแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นมา ก่อนที่จะติดตามแฟชั่นที่ทันสมัยก็ควรที่จะไตร่ตรองดูก่อนว่าแฟชั่นดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของตัววัยรุ่นเองหากคิดที่จะติดตามแฟชั่นก็ควรจะเป็น แฟชั่นที่เกี่ยวกับเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกาย ที่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพจะดีกว่า

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น